The Division of Research Administration

“ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพบผู้ใช้” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network : RUN)

ข่าว :  24 กรกฎาคม 2560
พฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.30 น. ณ ห้อง World Ballroom โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและเยี่ยมชมนิทรรศการงาน “ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพบผู้ใช้” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network : RUN)

20 กรกฎาคม 2560  เวลา  09.30 น. ณ ห้อง WorldBallroom โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานและเยี่ยมชมนิทรรศการงาน“ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพบผู้ใช้” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) และเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network : RUN) ด้วยความร่วมมือของสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีผู้ร่วมงานประกอบด้วยคณะผู้บริหารจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ตลอดจนผู้แทนสื่อมวลชนรวมทั้งสิ้นประมาณ 500 คน
          โอกาสนี้ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯว่าตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาประเทศและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระดับนานาชาติโดยการใช้การวิจัยและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางนำไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีชั้นสูงโดยมีนโยบายของรัฐบาลช่วยกันผลักดันให้เกิดการนำเอาผลงานวิจัยด้านนวัตกรรมต่าง ๆที่มีอยู่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางการค้า การลงทุน รวมถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งเพื่อพัฒนาชุมชน สังคม และความมั่นคงของประเทศโดยรวมอย่างแท้จริงทั้งนี้มีมหาวิทยาลัย 4 แห่ง มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการและผลงานวิจัย ได้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาวิทยาลับขอนแก่น เพื่อเป็นต้นแบบก่อนที่จะขยายผลไปสู่มหาวิทยาลัยอื่น ๆทั้งภาครัฐและเอกชนต่อไป โดยจะนำผลงานนวัตกรรมจากการวิจัยไปสร้างมูลค่าใน 3 กลุ่มเศรษฐกิจหลักที่เป็นจุดแข็งของประเทศตามโมเดลThailand 4.0 คือ 1. เศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio-based Economy) ซึ่งเน้นด้านเกษตรและอาหารสุขภาพ พลังงาน และวัสดุชีวภาพ 2. เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เน้นด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตออฟติงเครื่องมืออัจฉริยะและหุ่นยนต์  3. เศรษฐกิจสร้างสรรค์(Creative Economy) เน้นการบริการเพิ่มมูลค่าจากงานสร้างสรรค์และวัฒนธรรม และPremium OTOP ตามลำดับ          จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดงานฯ ว่าการวิจัยและนวัตกรรมถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านชุมชน และสังคมหรือแม้กระทั่งด้านความมั่นคงของประเทศในองค์รวมดังจะเห็นได้ว่าประเทศที่ประสบความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจและมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ          นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำอีกว่าพืชเศรษฐกิจที่มีปัญหาด้านราคาในขณะนี้ได้แก่ ข้าว ยางพารา และปาล์ม แต่ก็ยังมีศักยภาพอยู่ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นต้นทางในการคิดวิจัยต่าง ๆ และนำประเทศเข้าสู่ “Thailand 4.0” โดยเร็ว  ทั้งนี้โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศที่มีรายได้สูงซึ่งนอกจากจะอาศัยความได้เปรียบจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ประเทศมีอยู่เดิมแล้ว ได้แก่ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมแล้วยังมีความจำเป็นต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีการวิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกในการปรับโครงสร้างการพัฒนาประเทศตาม “ศาสตร์พระราชา”ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแนวทางดังกล่าวไว้ให้แก่ปวงชนชาวไทยมากมายและสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ทุกคนได้ปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม          ตอนท้ายของการกล่าวเปิดงานฯ ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมผลงานของทั้ง 4 มหาวิทยาลัยดังกล่าวที่เป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาประเทศพร้อมกล่าวขอบคุณภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องรวมทั้งทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันเดินหน้าประเทศไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน          หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เป็นสักขีพยานในการลงนามสัญญาความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างมหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) หน่วยงานผู้ใช้ผลงานวิจัย และภาคเอกชน พร้อมเดินเยี่ยมชมนิทรรศการฯด้วยความสนใจและทักทายผู้มาร่วมงานด้วยอัธยาศัยอันดี